วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2551

My Future ...I just do IT.


My future... I don't know about my future but I know about my dream.
คุณก็คิดเหมือนกันใช่ไหม จะใครที่ล่วงรู้อนาคตได้ จะมีใครรู้ว่าอนาคตของตนนั้นจะเป็นเช่นไร แต่สิ่งที่เรารู้ คือ
...ความ ฝัน ความต้องการของจิตใจ
ตอนนี้ชีวิตเหมือนกำลังหาทางออก พบแสงสว่างให้กับตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าแสงดวงนี้ จะยังคงส่องสว่างให้กับเราอีกนานเท่าไหร่
แต่ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ คำว่าท้อ ถอย ไม่เคยอยู่ในมันสมอง
อนาคตคุณอยากเป็นอะไร เป้นคำถามที่ง่ายนะ แต่บางครั้งเราก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ แต่วันนี้ ฉันรู้แล้ว นั่นคือ การเดินทางบนเส้นทางของโลกแห่งจินตนาการ การเป็นนักโฆษณา นั่นเอง แต่จะใครรู้บ้างมั้ยว่ามันยากเย็นสักเพียงใด ใครๆต่างดูถูก ต่างดูแคลน แต่ถ้าคุณได้มาลองสัมผัส แล้วคุณจะรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ คุณจะได้สัมผัสในสิ่งที่คุณยังไม่เคยลอง แล้วคุณจะรู้ว่านรกนั้นมีจริง
โธ่ !!! เด็กนิเทด กระจอกวะ คุณก็คงเคยได้ยินประโยคนี้มาบ้าง คุณรู้สึกอย่างไร ฉันบอกได้คำเดียวว่ามันเจ็บ มันเจ็บจิ๊ดที่หัวใจเลย ดูเหมือนเวอร์ แต่นั่นเป็นความจริงใครจะไปรู้ สักวันนึงเด็กนิเทดที่คุณเคยดูถูก อาจจะกลายเป็นคนสำคัญของโลกก้ได้ จริงมะ
ฉันฝัน ฉันอยากทำงานเบื้องหลัง อยากอยู่เบื้องหลังที่ทุกคนปรบมือ ให้ความชื่นชอบ ตอนแรก กลัว กลัวมากๆๆเลยที่เดียว แล้วก้รู้สึกไม่ค่อยดีด้วยที่เลือกนิเทด เพราะคนอื่นเขาเลือกคณะอื่น เอกอื่น ฉันบอกได้เลยว่า ถึงแม้มันจะแตกต่างกันเช่นไร แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนและมีค่าที่สุด คือ การเลือกเส้นทางที่ตัวเองชอบ และรักที่จะทำ ใครจะพูดอย่างไร จะทำอย่างไร ไม่สำคัญ ปล่อยเขาไป มันยังไม่ถึงวันของเราสักหน่อย เรายังไม่ตายสักหน่อย เพียงแต่เราต้องรอ รอคอยเวลา และโอกาส แต่มิใช่เพียงรอ เราต้องค้นหา เสาะแสวงหาแนวทางที่จะทำให้เราได้รับประสบการณ์ด้วย
(...ตอนนี้อยู่ปี 1 เฮ้อ รู้สึกเหนื่อยกว่าตอนอยู่มอปลายเยอะเลย เรียนหนักกว่าเดิม แต่ก็ชอบนะ)
มีอยุ่ครั้งหนึ่ง อาจารย์ให้พวกเราได้ไปเปิดหุเปิดตา เกี่ยวกับงานเบื้องหลัง ว่าเขาทำงานกันอย่างไร จะถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก มุมกล้อง ให้ผู้ชมได้อย่างไร ตื่นเต้น ดีไจมาก พอไปถึง และได้เห็นการทำงานของพวกพี่ๆเขาก็รู้ถึงความยากลำบาก ความอดทน การแข่งขันกับเวลา อีกทั้งการไปครั้งนั้นเป็นการอัดเทปของการประกวดเต้น ฉันยิ่งชอบใหญ่ เมื่อทุกอย่างดำเนินการมาเสร้จสิ้น สมบูรณ์แล้ว โอ้โฮ้...นี่แหละ คือ สิ่งที่ฉันอยากจะเป็น อยากจะทำ มันตอบคำถามที่อยุ่ในใจไดอย่างทะลุปรุโปร่ง ถึงมันจะยาก แต่ก็ชอบ ฉันทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แต่เราสามารถที่จะเรียนรู้ได้นี่เนาะ คนเราไม่ได้เกิดมาเป็นทุกอย่าง ทุกอย่างต้องเกิดจาการเรียนรุ้ทั้งนั้น
...ทุกคนต้องเริ่มนับ 1 กันทุกคน ... จริงมะ
อะไรๆมันก็ไม่ยากหรอก หากเราตั้งใจจริง ตั้งใจทำ ถึงแม้จะมีอุปสรรค แต่เราก็ต้องฟันฝ่าต่อสู้ กับอุปสรรคนั้นให้ได้
...หากตอนนี้มีคนมาถามว่าอนาคตจะเป็นอะไร ถ้าบอกว่า อนาคตฉันอยากจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ โอกาสของการเปลี่ยนแปลงก็จะมีอยุ่สูง แต่ฉันจะบอกว่า ฉันนี่แหละ นักโฆษณา ฉันนี่แหละ คือคนที่จะทำงานเบื้องหลัง ฉันนี่แหละ...
ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ทำไมหละ ก็ฉันเป็นฉัน ใครจะทำอะไรเราได้ จริงมะ เราต้องกล้าที่จะอยู่นอกกรอบ แต่ไม่เบียดเบียนใคร ไม่หนักหัวกบาลใคร
อย่าเอาความกลัวมาปิดกั้นสิ่งที่ดีๆ ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต ฉันตะรอคอยวัน วันที่ฉันได้ทำในสิ่งที่ฉันรัก...
ฉันนี่แหละ...นักนิเทศศาสตร์
I know... I know my self.

CongratulationS_My friends & Me'


...กว่าจะถึงวันนี้ วันนี้ที่รอยยอิ้มกับคราบน้ำตา
1 นั้นเป็นรอยยิ้มแห่งความสุข กับ 1 นั้นเป้นน้ำตาแห่งความดีใจที่ได้จบการศึกษา และอีก 1 มาจากความเสียใจที่จะต้องอำลาจากกัน
...อุปสรรค นานัปการ ที่พวกเราฟันฝ่ากันมา ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด เสียงเพลง
จะมีใครไหมที่จะลืมเรื่องราวในวันเหล่านั้นได้ คงไม่มี ...
ปาร์ตี้ถูกจัดขึ้น หลังจากรับใบวุฒิการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าพวกเรานั้นจบ ชั้น ม. 6แล้ว ตอนเช้า น่าเบื่อมากกกกกกกก เรารอคอยเวลาให้ถึงช่วงเย้นเร้วๆ
และแล้วเวลาก็ได้ล่วงเลยไป ถึงเวลาที่พวกเราจะได้สังสรรค์ เฮฮา ตามประสาวัยมันส์
งานเริ่มขึ้นในเวลา 16.00 น. แต่พวกเราก็อยู่กันตั้งแต่เช้า ยังไม่มีใครกลับบ้านเลย พวกที่บ้านไกลก้อยู่กันได้แปปเดียว แล้วก็กลับแล้ว แต่พวกเราก็อยู่ด้วยกัน เริ่มจากตอนแรก เออ! ลืมบอกไปว่า งานที่จัดขึ้นนั้นมีอาหารเลี้ยง กินฟรี กินได้ไม่อั้น เลือกอาหารได้ตามใจชอบ มีทั้งที่ซื้อเขามา หรือ ทำมาจากบ้าน มาแชร์กัน มาแบ่งกัน สุดๆ อิ่ม อร่อย ไปตามๆๆกัน ก็กลุ่มเรามันขึ้นชื่อเรื่องกินอยู่แล้ว ++555++ อาหารของพวกเรา ก็คือ แต่น แต้น แต๊นนนน...
มันก้คือ ยำ นั่นเอง ยำสารพัด อยากใส่ อะไรใส่เข้าไป ( แหมม .. เค้าก็เรียกรวมมิตรนั่นแหละ ) แต่อร่อยนะ ขอบอก มีคนมากินกันเต็มเลย แต่ก่อนที่อาหารนั้นจะถูกนำเอาไปบริการให้คนอื่นนั้นมันก็ต้องผ่านพวกเราก่อน จริงมะ พอทำพิธีอาราธนาศีลให้ยำสารพัดนึกของเราเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่อาหารรสเลิศ ของห้อง ม.6/12 จะถูกอัญเชิญออกไป เมื่อเราเอาไปวางนั้น ยังไม่มีใครเอามาวางเลย โธ่!! เห็นมะว่า คนอื่นไม่มีความพร้อมเลย เราก้เลยฆ่าเวลาโดยการกินไปเรื่อยๆ เป็นงัย สบายทั้งขึ้นทั้งล่อง แหมมมม!! แต่พวกเราไม่ได้กินกันอย่างเดียวนา เราตระเวณหาของกินกันเลยหละ ซุ้มนี้บ้าง ซุ้มนั้นบ้าง ของร้านไหนอร่อย ไปชิมหมด ก็นานๆทีจะมีของฟรีมาให้กินอะเนาะ เราจะพลาดได้งัย พอเย็นๆ อากาศครึ้มๆ เป็นใจงัย ก็ได้เวลา เปิดงานปาร์ตี้ ส่งพี่ ( นั้นก็คือ พวกเรานั้นเอง ) มีการแสดงของน้องๆ ก่อนอันดับแรก แต่ไม่ใช่ รำ เริม อะไรหรอกนะ การแสดงเล้กๆน้อยๆๆ น้องๆทำให้พี่อะไรประมาณนั้น จากที่เราตระเวณหาอาหารมาลงกระเพาะเลยเปลี่ยนมาเป็นนั่งดูน้องๆแสดงไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะมีอาหารอยู่เต็มโต๊ะ ก็เราไปเอามาตุนไว้ก่อนที่จะนั่งนี่นา จะไม่มีอาหารอยู่บนโต๊ะได้งัย เป็นงัย พวกเราเจ๊งเป๊งปะ สุดๆมะ สักพัก เริ่มเบื่อ แต้ก็ไม่นานเพราะมีการแสดงของเพื่อนๆเราเอง มาโชว์กัน โฮฮฮ.... ได้ใจเลย พวกเราเครื่องก็เริ่มร้อน
เพลงไรมา ลุกขึ้นดิ้น เต้นไปตามจังหวะ ก็คนมันมีดนตรีในหัวใจ ไม่ว่าจะเป้น เพลงร็อค เพลงช้า เพลงลูกทุ่ง พวกเราก็ยังเต้นกันได้ พวกเราอะมันส์ แต่คนอื่นอะดิ ฮา.... จะไม่ให้ฮาได้งัย เต้นกันไม่ได้ห่วงหน้าตาเลย เรามันมีเพื่อนหน้าตาดี แม่งเต้นลืมโลก เราก็ใช่ย่อย แต่เรามันบ้านๆ จะไปแคร์อะไร มันส์ไว้ก่อน แม่สอนไว้ +555+ เปงงัย ของเค้าดีเจงๆๆ อาจารย์ก็มาร้องเพลงกับพวกเราด้วย เพลงลูกททุ่งอีกตั้งหาก มันส์กันไปเลยทีเดียว เราเต้นกันจนไม่รู้เวลาเลยว่า ผ่านไปนานแค่ไหน เออ !! ลืมบอก เราเต้นด้วยนะ เปงงัย ไม่ได้เต้นธรรมดานะครับ เรนยังเรียกพี่เลย เออ เอางัย เจ๊งเป๊งเลย คร้าบพี่น้อง แต่พอถึงเวลาที่เราต้องจากกัน (ก็มันดึกแล้วว) เฮ้ออ ใจมันแป้วววว ไงก็ไม่รู้ เพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน เฮฮากดวยกัน บ้าด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน โดด(เรียน)ด้วยกัน จะต้องแยกจากกันไปแล้วว ไอ้เราก็เลือกที่นี่ เพื่อนก็เลือกที่อื่น มันเข้ากรุงเทพกันหมด คิดๆแล้ว คิดถึงพวกมันจังเลยอะ
ตั้งแต่จบมายังไม่เคยพบกันครบแกงสเตอร์เลยอะ แต่ละคนก็ว่างไม่เหมือนกัน ไม่รู้ตอนนี้ พวกมันทำอะไรกันอยู่
...คิดถึงเมิงวะ...แก็งสเตอร์เด้กโต๋...
เพื่อนรัก (โคตรรักเอ็งเลยวะ )
...เดี๋ยวเราคงได้เจอกันเนาะ...